🌱 ถอดรหัสนวัตกรรมกับ Henderson & Clark: SME ไทยจะสร้าง Eco Product ยังไงให้แตกต่าง?

ในยุคที่ทุกธุรกิจต้องการความยั่งยืนและความแตกต่าง การสร้าง นวัตกรรม จึงกลายเป็นคำสำคัญที่ SME ไทยต้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะในตลาด Eco Product ที่มีการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน

แต่ “นวัตกรรม” ต้องใหม่หมดทุกส่วนจริงหรือ?

📚 คำตอบจากงานวิจัยของ Henderson & Clark (1990)

Henderson และ Clark นักวิชาการด้านนวัตกรรมชื่อดัง ได้จำแนกประเภทของนวัตกรรมออกเป็น 4 รูปแบบหลัก โดยอ้างอิงจาก 2 มิติ คือ

  1. การเปลี่ยนแปลง “องค์ประกอบ” (Components)
  2. การเปลี่ยนแปลง “โครงสร้างของระบบ” (Architecture)

🔹 1. Incremental Innovation

คือการพัฒนาของเดิมให้ดีขึ้น เช่น การปรับสูตรสบู่ออร์แกนิกให้มีคุณสมบัติดีขึ้น หรือปรับบรรจุภัณฑ์ให้รีไซเคิลง่ายขึ้น

🔹 2. Modular Innovation

คือการเปลี่ยนส่วนประกอบหลัก แต่ยังรักษาโครงสร้างเดิม เช่น เปลี่ยนวัสดุห่อหุ้มจากพลาสติกเป็นใบไม้ หรือใช้เทคโนโลยีสีเขียวแทนกระบวนการผลิตเดิม

🔹 3. Architectural Innovation

คือการจัดวางระบบใหม่ โดยยังใช้ส่วนประกอบเดิม เช่น การเปลี่ยนรูปแบบการจัดจำหน่ายจากขายหน้าร้านเป็น refill station หรือ delivery แบบ low-carbon

🔹 4. Radical Innovation

คือการเปลี่ยนทั้งโครงสร้างและส่วนประกอบ เช่น การสร้างสินค้าใหม่ที่มีทั้งวัสดุใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และโมเดลธุรกิจใหม่

💡 แล้ว SME ไทยควรเริ่มต้นอย่างไร?

หลายแบรนด์อาจไม่พร้อมกระโดดไปสู่ Radical Innovation ทันที แต่การเริ่มจาก Modular หรือ Architectural Innovation คือทางเลือกที่มีศักยภาพ และใช้ทุนไม่สูง เช่น:

  • การจับมือกับนักออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบย่อยสลายได้
  • การเปลี่ยนระบบบรรจุภัณฑ์แบบขายซ้ำ (refill system)
  • การร่วมมือกับชุมชนเพื่อใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สิ่งสำคัญคือ การมองสิ่งเดิมด้วยสายตาใหม่
เพราะนวัตกรรมไม่จำเป็นต้อง “ใหม่หมดจด” เสมอไป แต่คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดอย่างชาญฉลาด

📣 คุณล่ะ? คิดว่า SME ไทยควรเริ่มเปลี่ยนจากจุดไหนก่อน?

มาแชร์ไอเดียหรือตัวอย่างที่คุณชื่นชอบในคอมเมนต์ได้เลย!

📚 อ้างอิง: Henderson, R.M. & Clark, K.B. (1990). Architectural Innovation: The Reconfiguration of Existing Product Technologies and the Failure of Established Firms. Administrative Science Quarterly.

Posted in

ใส่ความเห็น