ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและความต้องการของผู้บริโภคกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แนวคิดเรื่อง “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainability) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงวงการแฟชั่น ซึ่งการสนับสนุนแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อโลก แต่ยังเป็นการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วย
BLACKPINK ซึ่งเป็นวงดนตรีที่โด่งดังในระดับโลกไม่เพียงแต่โดดเด่นในด้านเสียงเพลงและการแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการสนับสนุนแบรนด์แฟชั่นที่มีแนวทางรักษ์โลกและยั่งยืนด้วย
การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่เน้นความยั่งยืน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแฟชั่นเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการผลิตและการบริโภคเสื้อผ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการผลิตที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก
แบรนด์แฟชั่นชั้นนำเริ่มหันมาใช้วัสดุที่ยั่งยืนและวิธีการผลิตที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ตัวอย่างเช่น:
- Adidas x Stella McCartney: ผลิตรองเท้าที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลจากทะเล เพื่อลดปริมาณพลาสติกในมหาสมุทร
- Gentle Monster: แบรนด์แว่นตาชื่อดังที่ผลิตจากวัสดุชีวภาพและได้พัฒนาแว่นตาที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าแว่นตามาตรฐาน
- แบรนด์แฟชั่นเกาหลี: หลายแบรนด์เริ่มใช้ผ้าอัพไซเคิล (upcycled fabric) ที่นำวัสดุเก่ากลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งเพิ่มการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
แบรนด์เหล่านี้ไม่ได้แค่ตอบสนองต่อความต้องการแฟชั่นของลูกค้า แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อโลกอย่างมีนัยสำคัญ
พฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
จากข้อมูลที่ได้รับจาก Nielsen SEA 2024 เกี่ยวกับแนวโน้มผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่า 74% ของผู้บริโภคในไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennials พร้อมที่จะจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าที่มีการผลิตอย่างยั่งยืน และ 68% ของกลุ่มเหล่านี้ต้องการเห็นการลดใช้พลาสติกในการบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
การที่ผู้บริโภคเลือกจ่ายเงินเพิ่มเพื่อสินค้า “รักษ์โลก” สะท้อนถึงความรับผิดชอบที่พวกเขามีต่อโลก และพวกเขาต้องการเห็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์นี้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การโฆษณาที่สวยหรูแต่ไม่เกิดผลจริง
SME ไทยจะตามทันได้อย่างไร?
สำหรับ SME ไทย สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่การเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่ต้องเริ่มด้วยการมองหาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงธุรกิจของตนให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการรักษ์โลก
การเริ่มต้นอาจจะดูท้าทาย แต่ความจริงแล้วมันสามารถทำได้ง่ายกว่าที่คิด:
- ประเมินจุดที่สามารถปรับปรุง: สำรวจว่าผลิตภัณฑ์ของคุณสามารถทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร เช่น การใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้หรือวัสดุจากธรรมชาติ
- ลดการใช้พลาสติก: คิดหาวิธีในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้หรือวัสดุที่สกัดจากธรรมชาติ
- สื่อสารการรักษ์โลกของแบรนด์: บอกเล่าผู้บริโภคเกี่ยวกับการดำเนินงานของแบรนด์ในเรื่องความยั่งยืนอย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าเห็นถึงความตั้งใจและความพยายามของแบรนด์
การทำสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องลงทุนใหญ่โต แต่เริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถทำได้ภายในองค์กร การทำให้สินค้าของคุณ “กรีน” ไม่ใช่แค่การเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าในระยะยาว
จุดสำคัญ: การก้าวไปข้างหน้าด้วยความยั่งยืน
วันนี้การใส่ใจสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นแค่เทรนด์หรือความคิดที่หลุดออกจากแนวคิดของแบรนด์ใหญ่ๆ แต่เป็นสิ่งที่ SME ไทยต้องเริ่มพิจารณา หากต้องการที่จะเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกในอนาคต
ที่ ECO BUDD:E เราพร้อมที่จะช่วย SME ไทยในการเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยการช่วยประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนสินค้าหรือการสื่อสารที่ทำให้แบรนด์ของคุณดู “กรีน” มากขึ้น
แชร์ความคิดเห็นของคุณ!
คุณเคยทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในแบรนด์ของคุณให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบ้างไหม? หรือมีไอเดียเกี่ยวกับการทำให้แบรนด์ของคุณกรีนขึ้น?
มาร่วมแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง — ECO BUDD:E อยากฟังและช่วยผลักดัน SME ไทยไปสู่การเป็นแบรนด์ที่ยั่งยืนในอนาคต! 💬✨
แหล่งอ้างอิง:
- Vogue Thailand: “PIPATCHARA กับการเป็นแบรนด์ไทยที่ LISA BLACKPINK เลือกใส่”
- Nielsen SEA 2024: Sustainable Consumers Report

ใส่ความเห็น